FMEA (Failure Mode and Effects Analysis) คือเครื่องมือวิเคราะห์ รูปแบบความล้มเหลวที่เป็นไปได้และผลกระทบ อย่างเป็นระบบ เพื่อ ป้องกันปัญหาก่อนเกิด ใช้ได้ทั้งกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design FMEA) และกระบวนการผลิต (Process FMEA)

หัวใจของ FMEA: RPN

FMEA จัดลำดับความเสี่ยงด้วยค่า RPN (Risk Priority Number) = S × O × D

  • S — Severity (ความรุนแรงของผลกระทบ) 1–10
  • O — Occurrence (โอกาสเกิด) 1–10
  • D — Detection (ความยากในการตรวจจับ — ยิ่งตรวจยากยิ่งคะแนนสูง) 1–10

RPN สูงสุด = 1000 ยิ่งค่าสูงยิ่งต้องรีบจัดการก่อน

ตัวอย่างการให้คะแนน

Failure mode: "ซีลปั๊มรั่ว" → Severity 7 (กระทบการผลิตและสิ่งแวดล้อม), Occurrence 4 (เกิดปานกลาง), Detection 6 (ตรวจเจอยากจนกว่าจะรั่วชัด) → RPN = 7 × 4 × 6 = 168 เทียบกับ failure mode อื่น ๆ แล้วจัดลำดับว่าจะแก้อะไรก่อน

ขั้นตอนทำ FMEA

  1. แตกระบบเป็นฟังก์ชัน/ชิ้นส่วน
  2. ระบุ failure mode ที่เป็นไปได้ของแต่ละส่วน
  3. วิเคราะห์ผลกระทบและสาเหตุ
  4. ให้คะแนน S, O, D แล้วคำนวณ RPN
  5. จัดลำดับและกำหนดมาตรการลดความเสี่ยง (ลด O หรือเพิ่มความสามารถตรวจจับ เพื่อลด D)
  6. ทบทวน RPN ใหม่หลังทำมาตรการ

FMEA ในระบบ TPM

FMEA เป็นเครื่องมือหลักของ RCM และเสา Early Management (ใช้ออกแบบเครื่องใหม่ให้ปลอดภัย) เมื่อ RPN ชี้จุดเสี่ยง มักตามด้วยการแก้ด้วย Poka-Yoke เพื่อลด Detection และ Occurrence

อยากทำ FMEA เพื่อลดความเสี่ยงเครื่องจักรและกระบวนการอย่างเป็นระบบ? ปรึกษาเราได้