ปัญหาคลาสสิกของการทำ Kaizen คือ "ทำเยอะแต่ตัวเลขเงินไม่ขยับ" เพราะเลือกทำเรื่องที่ทำง่ายแทนเรื่องที่คุ้ม Cost Deployment แก้ปัญหานี้ด้วยการ แปลงความสูญเสียทุกอย่างเป็นตัวเงิน แล้วจัดลำดับตามผลตอบแทน

ทำไมต้องคิดเป็นเงิน

ผู้บริหารสื่อสารด้วยภาษา "บาท" ไม่ใช่ "เปอร์เซ็นต์ OEE" การแปลง Loss เป็นเงินทำให้ (1) เลือกโครงการที่คุ้มที่สุดก่อน (2) ขออนุมัติงบง่ายขึ้น (3) พิสูจน์ผลลัพธ์ของ TPM ได้ชัดเจน

ขั้นตอน Cost Deployment

  1. ทำ Loss Tree — แตกความสูญเสียทั้งหมดของโรงงานออกเป็นหมวด (การเสีย, ของเสีย, setup, พลังงาน ฯลฯ)
  2. ทำ Loss Cost Matrix — ตีมูลค่าแต่ละ Loss เป็นเงิน/ปี
  3. จัดลำดับ (Pareto) — 20% ของ Loss มักคิดเป็น 80% ของต้นทุน โฟกัสตรงนั้น
  4. ประเมิน ROI ของแต่ละโครงการ — ผลที่ได้ (บาท) เทียบกับต้นทุนการปรับปรุง
  5. เลือกทำโครงการที่ ROI สูงสุดก่อน

ตัวอย่าง

โรงงานพบว่า "ของเสียจากกระบวนการอบ" = 3 ล้านบาท/ปี ขณะที่ "เวลา setup" = 4 แสนบาท/ปี — แม้ setup จะแก้ง่ายกว่า แต่ Cost Deployment ชี้ว่าควรทุ่มทีมเก่งไปแก้เรื่องการอบก่อนเพราะคุ้มกว่า 7 เท่า

เชื่อมกับ TPM

Cost Deployment เป็นจุดเริ่มของ Focused Improvement ที่ดี และคือ "C" (Cost) ใน PQCDSM ที่จับต้องได้ที่สุด

อยากรู้ว่าโรงงานคุณเสียเงินไปกับ Loss ตัวไหนมากที่สุด? ปรึกษาเราเพื่อทำ Cost Deployment