Step 3 · ทดลองใช้ระบบและอบรมให้ใช้เป็น
Test and train out the new system
Why this step
เลือกโครงการนำร่องที่ทีมออกแบบทุกคนได้ลงมือจริง แล้วใช้ระบบใหม่ทั้งชุดกับโครงการนั้น พร้อมอบรมเทคนิคมาตรฐานที่จำเป็นให้ทุกคน ระหว่างทางประเมินว่าคนเข้าใจแค่ไหน ใช้เทคนิคเป็นแค่ไหน และมีข้อเสนอที่ถูกใส่เข้าไปในแบบจริงกี่เรื่อง แล้วเอาผลนั้นมาแก้ทั้งตัวระบบและเอกสารประกอบ
Required deliverables (7)
1. การเลือกโครงการนำร่องที่ทีมออกแบบได้ลงมือจริงทุกคน
ต้องมี ต้องทำ
เลือกโครงการและช่วงงานที่จะใช้เป็นแบบทดลอง โดยเลือกให้ทีมออกแบบทุกคนได้ลงมือจริง ไม่ใช่ให้คนไม่กี่คนทำแทน เพราะวัตถุประสงค์ของขั้นนี้คือทั้งทดลองระบบและยกระดับความรู้กับความตระหนักของทุกคนไปพร้อมกัน
ต้องมี
โครงการและช่วงงานที่เลือกพร้อมเหตุผล · รายชื่อผู้เข้าร่วมและบทบาทของแต่ละคน · ขอบเขตของระบบที่จะทดลองใช้ · กำหนดเวลาและจุดตรวจระหว่างทาง
ผ่านเมื่อ
ทีมออกแบบส่วนใหญ่มีบทบาทลงมือจริงในโครงการนำร่อง ไม่ใช่เป็นผู้สังเกตการณ์
กับดัก
เลือกโครงการที่ง่ายที่สุดเพื่อให้ผ่านแน่ ๆ ซึ่งทำให้ไม่ได้ทดสอบว่าระบบรับมือกับโครงการที่ยากได้หรือไม่
2. การอบรมเทคนิคมาตรฐานที่จำเป็นให้ทุกคน
ต้องมี ต้องทำ
อบรมเทคนิคมาตรฐานที่ต้องใช้ในระบบใหม่ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไปพร้อมกับการทดลองใช้จริง เพื่อให้ได้เรียนแล้วได้ใช้ทันที
ต้องมี
หลักสูตรและเนื้อหาของแต่ละเทคนิค · ตารางอบรมที่สอดคล้องกับจังหวะของโครงการนำร่อง · บันทึกผู้เข้าอบรม · การวัดผลทั้งความเข้าใจและการใช้จริงในงาน · ผู้สอนและสื่อที่ใช้
ผ่านเมื่อ
การอบรมเกิดขึ้นในจังหวะที่ผู้เรียนได้เอาไปใช้กับโครงการจริงทันที และมีการวัดผลที่ดูการใช้จริงไม่ใช่ดูแค่ข้อสอบ
กับดัก
จัดอบรมทฤษฎีรวดเดียวตอนเริ่มโครงการ แล้วเมื่อถึงเวลาต้องใช้จริงอีกหลายเดือนถัดมาก็ไม่มีใครจำได้
3. การประเมินความเข้าใจ การใช้เทคนิค และข้อเสนอที่ถูกใส่เข้าไปในแบบ
ต้องมี ต้องทำ
ระหว่างเดินโครงการนำร่อง ให้ประเมินตามช่วงงานว่าคนเข้าใจระบบแค่ไหน ใช้เทคนิคได้ถูกต้องแค่ไหน และมีข้อเสนอกี่เรื่องที่ถูกนำไปใส่ในแบบจริง ซึ่งข้อสุดท้ายเป็นตัวชี้ที่ตรงที่สุดว่าระบบทำงานหรือไม่
ต้องมี
ผลประเมินความเข้าใจรายช่วงงาน · การประเมินการใช้เทคนิคจากเอกสารที่ทำจริง · จำนวนข้อเสนอที่เสนอเทียบกับจำนวนที่ถูกใส่ในแบบ · เหตุผลของข้อเสนอที่ไม่ถูกนำไปใช้ · ผู้ประเมินและรอบการประเมิน
ผ่านเมื่อ
มีตัวเลขทั้งจำนวนข้อเสนอที่เสนอและที่ถูกใส่ในแบบจริง พร้อมเหตุผลของรายการที่ตกไป
กับดัก
นับเฉพาะจำนวนข้อเสนอที่เสนอเข้ามา ซึ่งเพิ่มได้ง่ายแต่ไม่บอกอะไร เพราะสิ่งที่เปลี่ยนผลลัพธ์คือจำนวนที่ถูกใส่เข้าไปในแบบจริง
4. การแก้ไขระบบและเอกสารจากผลการทดลองใช้
ต้องมี ต้องทำ
เอาผลจากการทดลองใช้มาแก้ทั้งตัวระบบเองและมาตรฐาน แบบฟอร์ม กับเอกสารประกอบ เพราะการทดลองมีไว้เพื่อหาที่ต้องแก้ ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ว่าระบบที่ร่างไว้ถูกต้องอยู่แล้ว
ต้องมี
รายการสิ่งที่พบว่าใช้ไม่ได้จริงระหว่างทดลอง · การแก้ไขระบบและเอกสารพร้อมเหตุผล · เวอร์ชันของมาตรฐานและแบบฟอร์มหลังแก้ · การยืนยันกับผู้ใช้งานว่าฉบับใหม่ใช้ได้จริง
ผ่านเมื่อ
มีเอกสารที่ถูกแก้จริงจากผลการทดลองอย่างน้อยหลายฉบับ พร้อมเหตุผลที่ระบุได้
กับดัก
ถือว่าปัญหาที่เจอระหว่างทดลองเกิดจากคนยังไม่ชิน แล้วไม่แก้ระบบเลย ซึ่งทำให้ปัญหาเดิมกลับมาตอนขยายผลไปทั้งองค์กร
5. การระบุผลที่ได้จากการใช้ระบบใหม่
ต้องมี ต้องทำ
ระบุให้ชัดว่าโครงการนำร่องได้อะไรจากการใช้ระบบใหม่ ทั้งปัญหาที่จับได้ก่อนถึงขั้นทำต้นแบบ เวลาที่ประหยัดได้ ต้นทุนที่ลดได้ และการแก้แบบที่หลีกเลี่ยงได้
ต้องมี
ผลที่ได้เป็นตัวเลขเทียบกับโครงการรุ่นก่อน · จำนวนปัญหาที่จับได้เร็วขึ้นและที่ขั้นใด · เวลาและต้นทุนที่ต่างกัน · การยืนยันผลโดยหน่วยงานผลิตและบำรุงรักษา
ผ่านเมื่อ
ผลถูกเทียบกับโครงการรุ่นก่อนด้วยฐานเดียวกัน และถูกยืนยันโดยหน่วยงานปลายทางไม่ใช่ประเมินเอง
กับดัก
อ้างว่าโครงการนำร่องราบรื่นกว่าเดิมโดยไม่มีตัวเลขเทียบ ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าระบบให้ผลจริงหรือเป็นเพราะโครงการนั้นง่ายกว่า
6. วิศวกรรมพร้อมกัน — ทำงานคู่ขนานกับฝ่ายผลิตและฝ่ายเครื่องจักร
ต้องมี ต้องทำ
ให้ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์กับฝ่ายพัฒนาระบบการผลิตตั้งทีมร่วมกันตั้งแต่ขั้นวางแผนผลิตภัณฑ์ แล้วทำงานส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบไปพร้อมกัน โดยใช้ข้อเสนอการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นฐานในการมองปัญหาที่จะเกิดขึ้นในขั้นวิศวกรรมการผลิตและขั้นพัฒนาเครื่องจักรล่วงหน้า แล้ววนเสนอ ตรวจสอบ และปรับปรุงซ้ำจนเข้าใกล้จุดที่ดีที่สุดของทั้งผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และเครื่องจักร ซึ่งเป็นวิธีที่ลดการแก้งานตอนขึ้นสายการผลิตและย่นเวลารวมได้อย่างมาก
ต้องมี
โครงสร้างทีมร่วมและวิธีทำงาน · แผนแม่บทของการพัฒนาที่แสดงงานที่เดินคู่ขนาน · เวทีทบทวนร่วมและรอบการประชุม · ผังติดตามความคืบหน้ารายโครงการ · การเทียบเวลารวมก่อนและหลังใช้วิธีนี้
ผ่านเมื่อ
เห็นงานของฝ่ายวิศวกรรมการผลิตและฝ่ายเครื่องจักรเริ่มก่อนที่แบบผลิตภัณฑ์จะเสร็จ และมีตัวเลขเวลารวมที่ลดลง
กับดัก
เรียกว่าทำงานพร้อมกันแต่ในทางปฏิบัติฝ่ายผลิตยังรอแบบสุดท้ายก่อนจึงเริ่ม ซึ่งเป็นการทำงานต่อกันแบบเดิมเพียงแค่เปลี่ยนชื่อเรียก
7. การควบคุมช่วงเร่งกำลังผลิต
ต้องมี ต้องทำ
กำหนดให้ช่วงตั้งแต่เริ่มเดินสายการผลิตจนถึงกำลังผลิตเป้าหมายเป็นช่วงที่มีการควบคุมพิเศษ โดยมีเกณฑ์ว่าเริ่มและจบเมื่อไร มีการบันทึกทุกวัน และมีการติดตามตัวเลขสำคัญ เช่น กำลังการผลิต ความสามารถของกระบวนการ อัตราของดี การชำรุดและการหยุดสั้น และเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย พร้อมบันทึกการแก้ปัญหาทุกเรื่องเพื่อส่งกลับเข้าระบบข้อมูล
ต้องมี
เกณฑ์เริ่มและจบการควบคุมช่วงเร่งกำลังผลิต · สมุดบันทึกและตารางควบคุมที่ใช้จริง · ตัวเลขที่ติดตามรายวัน · บันทึกการแก้ปัญหาพร้อมสาเหตุ · คู่มือการใช้งาน มาตรฐานการตรวจตามรอบ และมาตรฐาน AM ที่ส่งมอบพร้อมเครื่อง · การส่งมอบให้ฝ่ายผลิตเมื่อจบการควบคุม
ผ่านเมื่อ
มีเกณฑ์จบที่เป็นตัวเลข และเมื่อส่งมอบมีเอกสารการใช้งานกับมาตรฐานการดูแลครบพร้อมกัน
กับดัก
ประกาศจบการควบคุมตามกำหนดการที่วางไว้ ทั้งที่ยังไปไม่ถึงกำลังผลิตเป้าหมาย ทำให้ปัญหาที่เหลือถูกโยนให้ฝ่ายผลิตรับไปเป็นภาระประจำ