Step 3 · จัดทำมาตรฐานชั่วคราวสำหรับทำความสะอาด หล่อลื่น และขันแน่น
Formulation of tentative CLRI standards
Why this step
ตรึงสภาพที่ฟื้นมาแล้วให้อยู่ตัว ด้วยมาตรฐานที่ผู้ปฏิบัติเขียนเอง บอกได้ครบว่าจุดไหน ทำอะไร ด้วยเครื่องมืออะไร บ่อยแค่ไหน ใครทำ ผิดปกติแล้วทำอย่างไร และทำตอนเดินเครื่องหรือหยุดเครื่อง — ต้องทำได้จริงภายในเวลาที่มีในกะ ไม่ใช่มาตรฐานที่สั่งจากข้างบนแล้วไม่มีใครทำ
Required deliverables (6)
1. มาตรฐานชั่วคราว CLRI ที่ครบ 5W1H
ต้องมี ต้องทำ
ให้ผู้ปฏิบัติเขียนมาตรฐานชั่วคราวขึ้นเอง โดยแต่ละบรรทัดต้องตอบให้ครบว่าจุดไหนหรือชิ้นส่วนใด ทำอะไร (ทำความสะอาด หล่อลื่น ตรวจสอบ ขันแน่น) ด้วยวิธีและเครื่องมืออะไร ใช้เวลาเท่าไร ความถี่เท่าไร ใครทำ ทำตอนเดินเครื่องหรือหยุดเครื่อง และถ้าพบผิดปกติต้องทำอย่างไร
ต้องมี
ตารางมาตรฐานชั่วคราวที่มีครบทุกคอลัมน์ (ลำดับ ตำแหน่ง ประเภทกิจกรรม เกณฑ์ วิธี เครื่องมือ เวลา ความถี่ ผู้รับผิดชอบ ขณะเดินเครื่อง/หยุดเครื่อง) · ภาพประกอบหรือแผนผังที่มีเลขจุดตรงกับตาราง · ชื่อกลุ่มและเครื่องที่ระบุชัด
ผ่านเมื่อ
ทุกบรรทัดมีเกณฑ์ที่ตัดสินได้ว่าปกติหรือไม่ปกติ (เช่น ระดับน้ำมันอยู่ระหว่างขีด H และ L) ไม่ใช่คำว่า ตรวจสภาพ ลอย ๆ และเวลารวมทั้งใบทำได้จริงในกะ
กับดัก
ฝ่ายวิศวกรรมเขียนมาตรฐานให้แล้วส่งมาให้ผู้ปฏิบัติเซ็นรับ ผลคือไม่มีใครรู้สึกเป็นเจ้าของ และมาตรฐานถูกเซ็นโดยไม่ได้ทำ
2. แผนที่เส้นทางตรวจ (CLRI Route Map)
ต้องมี ต้องทำ
วาดเส้นทางเดินตรวจบนผังเครื่องหรือผังพื้นที่ ให้เลขจุดเรียงตามลำดับการเดินจริง เพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติเดินย้อนไปมาและไม่ให้ตกจุด
ต้องมี
ผังเครื่องที่มีเลขจุดและลูกศรทิศทางเดิน · เลขจุดตรงกับตารางมาตรฐาน · เวลารวมของเส้นทาง
ผ่านเมื่อ
เลขจุดบนแผนที่ตรงกับเลขจุดในตารางมาตรฐานทุกจุด และมีทิศทางการเดินกำกับ
กับดัก
มีตารางมาตรฐานแต่ไม่มีเส้นทาง ผู้ปฏิบัติแต่ละคนเดินคนละแบบ เวลาที่ใช้จึงต่างกันมากและบางจุดถูกข้ามประจำ
3. ใบตรวจประจำวันและบันทึกการใช้จริง
ต้องมี ต้องทำ
แปลงมาตรฐาน (ซึ่งใช้สำหรับสอน) เป็นใบตรวจประจำวันที่ใช้งานจริงหน้าเครื่อง แล้วเก็บบันทึกย้อนหลังเพื่อพิสูจน์ว่าทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงเตรียมตรวจประเมิน
ต้องมี
แบบฟอร์มใบตรวจประจำวัน · บันทึกที่กรอกจริงย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งเดือน · อัตราการกรอกครบ (%) · ตัวอย่างรายการที่พบผิดปกติแล้วมีการดำเนินการต่อ
ผ่านเมื่อ
มีบันทึกจริงต่อเนื่อง และมีอย่างน้อยหนึ่งกรณีที่ใบตรวจจับความผิดปกติได้แล้วนำไปสู่การแก้ไข
กับดัก
ใบตรวจที่ติ๊กถูกทุกช่องทุกวันโดยไม่เคยพบอะไรเลย เป็นสัญญาณว่าใบตรวจถูกกรอกย้อนหลัง ไม่ได้ใช้จริง
4. การควบคุมด้วยสายตา (Visual Control)
ต้องมี ต้องทำ
ติดตั้งเครื่องช่วยมองให้ตรวจได้เร็วและผิดพลาดยาก เช่น ขีดช่วงปกติบนเกจ ขีดระดับ H-L บนกระจกดูน้ำมัน แถบเทียบตำแหน่งบนสลัก ลูกศรทิศทางหมุน รหัสสีตามชนิดของเหลว และป้ายกำกับวาล์ว โดยต้องยกระดับจากแค่แสดงค่า ไปสู่การแสดงค่าพร้อมช่วงที่ยอมรับได้
ต้องมี
รูปจุดที่ติดตั้ง visual control จริงบนเครื่อง · รหัสสีและสัญลักษณ์กิจกรรม C/L/I ที่กำหนดไว้ · จำนวนจุดที่ทำ · หลักฐานว่าผู้ปฏิบัติตัดสินได้เองโดยไม่ต้องเรียกช่าง
ผ่านเมื่อ
จุดตรวจที่ต้องอ่านค่ามีช่วงที่ยอมรับได้แสดงไว้ที่หน้างาน ไม่ใช่มีแต่ตัวเลขให้อ่านแล้วต้องไปเปิดคู่มือ
กับดัก
ติดแค่ป้ายชื่ออุปกรณ์แล้วเรียกว่า visual control ซึ่งยังเป็นแค่การแสดงผล ไม่ใช่การควบคุม เพราะผู้ปฏิบัติยังตัดสินไม่ได้ว่าค่าที่เห็นปกติหรือไม่
5. สามมงกุฎของ AM — OPL บอร์ดกิจกรรม และการประชุมกลุ่ม
ต้องมี ต้องทำ
ทำให้กิจกรรมกลุ่มมีชีวิตด้วยสามอย่างที่ต้องมีคู่กันเสมอ คือบทเรียนหนึ่งประเด็น (OPL) ที่สอดคล้องกับ Step ที่ทำอยู่ บอร์ดกิจกรรมที่แสดงเป้า ผลจริง ป้ายค้าง และแผน และการประชุมกลุ่มที่มีบันทึกพร้อมการทบทวนโดยหัวหน้าแผนกและผู้บริหารตามรอบ
ต้องมี
OPL ที่จำแนกประเภทได้ (ความรู้พื้นฐาน / กรณีปรับปรุง / กรณีปัญหา) พร้อมผู้จัดทำและผู้อนุมัติ · รูปบอร์ดกิจกรรมที่อ่านได้ · บันทึกการประชุมกลุ่มพร้อมวันที่และผู้เข้าร่วม · หลักฐานการทบทวนโดยผู้บริหาร
ผ่านเมื่อ
OPL ตรงกับ Step ที่ทำอยู่ (Step 1 เน้นความผิดปกติ Step 2 เน้นแหล่งกำเนิด Step 3 เน้น CLRI และ visual) และบอร์ดมีข้อมูลที่อัปเดตล่าสุด ไม่ใช่ค้างจากหลายเดือนก่อน
กับดัก
ทำ OPL เรื่องเทคนิคขั้นสูงตั้งแต่ Step 1 ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่ทีมกำลังทำ ทำให้ OPL กลายเป็นเอกสารสะสมแทนที่จะเป็นเครื่องมือสอนหน้างาน
6. การตรวจประเมิน 3 ระดับของ Step 3
ต้องมี ต้องทำ
ตรวจประเมินตามใบตรวจประเมิน Step 3 ทั้งสามระดับ โดยผู้ตรวจควรสุ่มให้ผู้ปฏิบัติเดินตรวจตามมาตรฐานให้ดูจริง แล้วจับเวลาเทียบกับที่เขียนไว้
ต้องมี
ใบตรวจประเมิน Step 3 ที่ให้คะแนนครบ 3 ระดับ · วันที่และผู้ตรวจ · ผลการสุ่มตรวจการปฏิบัติจริงหน้าเครื่อง
ผ่านเมื่อ
ผ่านครบทั้ง 3 ระดับตามเกณฑ์ขั้นต่ำ 90 / 85 / 80 คะแนน และเวลาที่ใช้จริงไม่เกินที่ระบุในมาตรฐาน
กับดัก
ตรวจจากเอกสารอย่างเดียวโดยไม่ให้เดินตรวจให้ดู จึงไม่รู้ว่ามาตรฐานที่เขียนไว้ทำจริงไม่ทันในกะ