Step 1 · ทำความสะอาดเบื้องต้นและค้นหาความผิดปกติ
Initial cleaning
Why this step
กำจัดฝุ่นและคราบสกปรกออกให้หมดเพื่อหยุดการเสื่อมสภาพแบบเร่ง แล้วใช้การทำความสะอาดเป็นการตรวจสอบ — ผู้ปฏิบัติต้องสัมผัสเครื่องด้วยมือตัวเองจนพบความผิดปกติ 7 ประเภทได้ครบ 100% ติดป้ายไว้ทุกจุด แล้วฟื้นสภาพกลับมา เป้าหมายจริงคือเปลี่ยนผู้ปฏิบัติให้มองเครื่องเป็น ไม่ใช่แค่ทำให้เครื่องสะอาด
Required deliverables (7)
1. Step 0 — ใบเตรียมความพร้อม 18 ข้อ
ต้องมี ต้องทำ
ก่อนแตะเครื่อง ต้องเตรียมให้ครบตามใบเตรียมความพร้อม 18 ข้อ ทั้งเหตุผลที่เลือกเครื่องนี้พร้อมเป้าแบบ SMART ข้อมูลย้อนหลังของเครื่อง รายชื่อทีมพร้อมรูป บอร์ดกิจกรรม แผนที่ทำความสะอาดและหล่อลื่น ป้ายขาว-แดง เครื่องมือและรถเข็น AM รหัสสีท่อ อุปกรณ์ตรวจวัด และการอบรมก่อนเริ่ม
ต้องมี
ใบเตรียมความพร้อม 18 ข้อที่ติ๊กครบ · เป้าหมาย SMART ของเครื่องต้นแบบ · ข้อมูลฐานย้อนหลัง (ความถี่ breakdown, นาทีหยุดต่อเดือน, cycle time, จำนวนของเสีย/งานแก้, จำนวนจุดรั่ว) · รายชื่อและรูปทีม · ใบลงเวลาแผน-จริง (man-hour) · รูปถ่ายสภาพเครื่องก่อนเริ่มทุกด้าน · แผนที่ทำความสะอาดและหล่อลื่น · รหัสสีท่อของเหลว
ผ่านเมื่อ
ทั้ง 18 ข้อมีหลักฐานเป็นรูปหรือเอกสารจริง และข้อมูลฐานเป็นตัวเลขจริงของเครื่องนี้ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งโรงงาน
กับดัก
ข้ามไปทำความสะอาดเลยเพราะอยากเห็นภาพก่อน-หลังเร็ว ๆ พอไม่มีข้อมูลฐานก็พิสูจน์ผลไม่ได้ตอนปิด Step และรูปก่อนเริ่มก็ถ่ายไม่ทันแล้ว
2. Know Your Equipment (KYE) และการอบรมก่อนลงมือ
ต้องมี ต้องทำ
ให้ทีมศึกษาเครื่องจนอธิบายได้เอง ทั้งผังกระบวนการ แผนภาพโครงสร้างเครื่อง หน้าที่ของแต่ละส่วน จุดเสี่ยงด้านความปลอดภัย และประวัติของเสีย พร้อมอบรมหัวข้อพื้นฐาน เช่น ความผิดปกติ 7 ประเภท ความแตกต่างระหว่างการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติกับแบบเร่ง และวิธีกรอกป้าย
ต้องมี
แผ่น KYE (ตำแหน่ง หน้าที่ ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย) · ผังกระบวนการและแผนภาพเครื่อง · ประวัติของเสียของเครื่อง · บันทึกการอบรมพร้อมหัวข้อและรายชื่อผู้เข้า · คำแนะนำความปลอดภัยก่อนทำความสะอาด (PPE ล็อกแหล่งจ่ายไฟ ห้ามใช้ลมอัดเป่า)
ผ่านเมื่อ
มี KYE ของเครื่องต้นแบบจริง และมีบันทึกการอบรมที่ระบุวันที่กับรายชื่อผู้เข้าอบรมครบทีม
กับดัก
อบรมเฉพาะหัวหน้ากลุ่มแล้วให้ไปเล่าต่อ ผลคือสมาชิกแยกความผิดปกติไม่ออก ป้ายที่ติดได้จึงมีแต่ประเภทสกปรกอย่างเดียว
3. ทำความสะอาดเบื้องต้นครบทั้งสองระยะ พร้อมบันทึกเวลา
ต้องมี ต้องทำ
ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมทั้งภายในและภายนอก โดยต้องทำสองระยะ คือระยะที่เครื่องหยุดสนิท และระยะที่เครื่องเดิน เพราะความผิดปกติที่พบต่างกันคนละชุด พร้อมจับเวลาที่ใช้ไว้เป็นค่าฐานสำหรับวัดผล Step 2
ต้องมี
รูปก่อน-หลังรายจุด ไม่ใช่รูปรวมใบเดียว · หลักฐานว่าเปิดฝาครอบเข้าไปทำความสะอาดด้านใน · บันทึกเวลาที่ใช้ทำความสะอาด (นาที) · บันทึกความผิดปกติที่พบตอนเครื่องเดิน แยกจากตอนเครื่องหยุด · man-hour ที่ใช้จริง
ผ่านเมื่อ
มีหลักฐานทั้งสองระยะ และมีตัวเลขเวลาทำความสะอาดเป็นค่าฐานที่จะเอาไปเทียบใน Step 2
กับดัก
ทำความสะอาดเฉพาะผิวนอกที่มองเห็น ไม่ถอดฝาครอบ ผลคือแหล่งสะสมจริงยังอยู่ครบ และตัวเลขเวลาที่บันทึกไว้ก็ต่ำเกินจริงจนวัดผลปรับปรุงไม่ได้
4. ค้นหาความผิดปกติ 7 ประเภท ติดป้าย และทะเบียนป้าย
ต้องมี ต้องทำ
ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าไล่หาความผิดปกติให้ครบทั้ง 7 ประเภท คือ ข้อบกพร่องเล็กน้อย สภาพพื้นฐานที่ไม่ครบ จุดเข้าถึงยาก แหล่งกำเนิดข้อบกพร่องคุณภาพ ของที่ไม่จำเป็น จุดไม่ปลอดภัย และการปนเปื้อน แล้วติดป้ายขาวสำหรับสิ่งที่ผู้ปฏิบัติแก้เองได้ ป้ายแดงสำหรับสิ่งที่ต้องใช้ช่างซ่อมบำรุง พร้อมลงทะเบียนป้ายทุกวัน
ต้องมี
ทะเบียนป้ายที่มีครบทุกคอลัมน์ (วันที่พบ ผู้พบ รายการ ความผิดปกติคืออะไร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มาตรการแก้ ประเภทป้าย ผู้ทำ วันเป้าหมาย วันปิด) · จำนวนป้ายขาวและป้ายแดงแยกกัน · รูปป้ายที่ติดบนเครื่องจริง · การจำแนกว่าความผิดปกติแต่ละใบนำไปสู่อะไร (breakdown / ของเสีย / อุบัติเหตุ)
ผ่านเมื่อ
ป้ายทุกใบมีคำอธิบายว่าผิดปกติอย่างไรและสาเหตุคืออะไร ไม่ใช่แค่คำว่าสกปรกหรือหลวม และจำนวนป้ายสมเหตุสมผลกับขนาดเครื่อง
กับดัก
ติดป้ายเฉพาะที่เห็นชัดแล้วรีบสรุปว่าเครื่องอยู่ในสภาพดี จำนวนป้ายที่น้อยผิดปกติในรอบแรกคือสัญญาณว่าทีมยังมองความผิดปกติไม่ออก ไม่ใช่สัญญาณว่าเครื่องดี
5. Abnormality Matrix และแผนปลดป้ายตามความวิกฤต
ต้องมี ต้องทำ
สรุปป้ายทั้งหมดลงเมทริกซ์ที่ไขว้ระหว่างลักษณะความผิดปกติ (สกปรก รั่ว หลวม สึก แตก ร้อนผิดปกติ สั่น เสียงดัง ฯลฯ) กับผลกระทบที่ตามมา (breakdown ของเสีย ต้นทุน พลังงาน ความปลอดภัย) เพื่อจัดลำดับว่าจะโจมตีอะไรก่อน แล้ววางวันเป้าหมายปลดป้ายจากความวิกฤต ไม่ใช่จากความรู้สึก
ต้องมี
Abnormality Matrix ที่ลงจำนวนป้ายจริง · สรุปป้ายแดงส่งต่อให้เสา PM · แผนปลดป้ายพร้อมวันเป้าหมายรายใบ · กราฟติดตามป้ายค้าง · อัตราปลดป้าย (%) ณ วันปิด Step
ผ่านเมื่อ
ป้ายขาวปิดภายใน 24 ชั่วโมง ป้ายแดงภายใน 48 ชั่วโมง (ยกเว้นที่ต้องสั่งอะไหล่ภายนอก ตั้งเป้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง) และป้ายที่ยังค้างต้องมีแผนพร้อมวันกำกับทุกใบ
กับดัก
ปล่อยป้ายแดงค้างเป็นเดือนโดยไม่ส่งให้ฝ่ายซ่อมบำรุง ทีมจะเลิกติดป้ายไปเองเพราะรู้สึกว่าติดไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
6. บัญชีแหล่งกำเนิดสิ่งสกปรก (SOC) และจุดเข้าถึงยาก (HTA)
ต้องมี ต้องทำ
ระหว่างทำความสะอาด ให้แยกบันทึกออกมาสองบัญชี คือแหล่งกำเนิดสิ่งสกปรกที่พบ และจุดที่ทำ CLRI ได้ยาก โดยจุดเข้าถึงยากต้องแยกให้ชัดว่ายากต่อการทำความสะอาด หล่อลื่น ตรวจสอบ ขันแน่น หรือปรับตั้ง เพราะสองบัญชีนี้คือวัตถุดิบตั้งต้นของ Step 2
ต้องมี
แบบฟอร์ม SOC ที่ระบุแหล่ง ชนิดสิ่งปนเปื้อน และปริมาณ · แบบฟอร์ม HTA ที่แยกตามกิจกรรม CLRI · ตำแหน่งบนแผนผังเครื่อง · เวลาที่เสียไปกับแต่ละจุด
ผ่านเมื่อ
ทั้งสองบัญชีมีตำแหน่งอ้างอิงบนเครื่องชัดเจน และมีจำนวนรายการที่ยกยอดไปเป็นงานของ Step 2 ได้ตรง ๆ
กับดัก
รวม SOC กับ HTA ไว้ในตารางเดียวกัน พอถึง Step 2 ก็แยกไม่ออกว่ารายการไหนต้องแก้ที่ต้นทาง รายการไหนต้องแก้ที่การเข้าถึง
7. การตรวจประเมิน 3 ระดับ ผ่านเกณฑ์ก่อนขึ้น Step ถัดไป
ต้องมี ต้องทำ
ทุก Step ของ AM ต้องผ่านการตรวจประเมิน 3 ระดับ คือทีมประเมินตนเอง หัวหน้าแผนกประเมิน และผู้บริหารระดับโรงงานหรือบริษัทประเมิน โดยใช้ใบตรวจประเมินของ Step นั้น ห้ามขึ้น Step ถัดไปก่อนผ่านครบ
ต้องมี
ใบตรวจประเมิน Step 1 ที่ให้คะแนนแล้วทั้ง 3 ระดับ · วันที่และผู้ตรวจแต่ละระดับ · ประเด็นที่ถูกตีกลับและหลักฐานการแก้ไข · ใบรับรองผ่าน Step
ผ่านเมื่อ
ผ่านครบทั้ง 3 ระดับตามเกณฑ์ขั้นต่ำ ตนเอง 90 คะแนน แผนก 85 คะแนน บริษัท 80 คะแนน และมีลายมือชื่อผู้ตรวจ
กับดัก
ทำแค่ประเมินตนเองแล้วขึ้น Step 2 เลย พอถึง Step 4-5 ปัญหาที่ค้างจาก Step 1 ก็ย้อนกลับมาทั้งหมดและต้องรื้อทำใหม่