Step 6 · ประเมินระบบบำรุงรักษาตามแผน
Evaluate the planned maintenance system
Why this step
พิสูจน์ว่าระบบที่สร้างมาให้ผลจริง ด้วยตัวชี้วัดสามด้าน คือความน่าเชื่อถือของเครื่อง ความสามารถในการบำรุงรักษา และต้นทุน โดยเทียบกับค่าฐานและเป้าที่ตั้งไว้ตั้งแต่ Step 1 แล้วนำผลป้อนกลับไปปรับระบบและขยายไปทั้งโรงงาน
Required deliverables (5)
1. การประเมินความน่าเชื่อถือของเครื่องจักร
ต้องมี ต้องทำ
วัดผลด้านความน่าเชื่อถือเทียบกับค่าฐานและเป้าที่ตั้งไว้ใน Step 1 ทั้งจำนวนความเสียหายแยกตามระดับเครื่องและระดับความเสียหาย จำนวนการหยุดเล็กน้อย ความถี่ของความเสียหาย และ MTBF
ต้องมี
กราฟแนวโน้มตั้งแต่ค่าฐานถึงปัจจุบัน · ผลจริงเทียบเป้ารายตัวชี้วัด · แยกผลตามระดับเครื่อง A/B/C · การอธิบายตัวที่ยังไม่ถึงเป้าพร้อมสาเหตุ · ความเสียหายเชิงกระบวนการ
ผ่านเมื่อ
ใช้ตัวชี้วัดและนิยามชุดเดียวกับ Step 1 และแสดงข้อมูลต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเริ่มกิจกรรม
กับดัก
เปลี่ยนนิยามความเสียหายระหว่างทางแล้วรายงานว่าจำนวนลดลง ซึ่งผู้ตรวจที่มีประสบการณ์จะจับได้ทันทีจากจุดที่กราฟหักผิดปกติ
2. การประเมินความสามารถในการบำรุงรักษา
ต้องมี ต้องทำ
วัดว่าระบบทำให้งานบำรุงรักษาเองดีขึ้นแค่ไหน ด้วยอัตรางานตามรอบ อัตรางานเชิงพยากรณ์ อัตราการซ่อมแบบฉุกเฉิน และ MTTR รวมถึงอัตราการทำได้ตามแผน
ต้องมี
อัตราส่วนงานตามรอบ งานเชิงพยากรณ์ และงานฉุกเฉิน ต่องานทั้งหมด · แนวโน้ม MTTR · อัตราการทำได้ตามแผน · เวลาเฉลี่ยในการปิดงานจากป้ายแดงของกลุ่ม AM
ผ่านเมื่อ
สัดส่วนงานตามแผนเพิ่มขึ้นและงานฉุกเฉินลดลงอย่างเห็นได้ เทียบกับค่าฐานของ Step 1
กับดัก
รายงานเฉพาะ MTTR ที่ดีขึ้นซึ่งอาจแปลว่าซ่อมเก่งขึ้นแต่ยังเสียบ่อยเท่าเดิม ต้องดูคู่กับ MTBF เสมอ
3. การประเมินผลด้านต้นทุน
ต้องมี ต้องทำ
วัดผลด้านเงิน ทั้งค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาที่ลดลง และที่สำคัญกว่าคือการกระจายงบที่ดีขึ้น คือสัดส่วนเงินที่ใช้กับงานฉุกเฉินลดลงและย้ายไปอยู่กับงานตามแผนและงานปรับปรุง
ต้องมี
ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษารวมและต่อหน่วยผลผลิต · สัดส่วนค่าใช้จ่ายตามประเภทงานเทียบค่าฐาน · มูลค่าความเสียหายที่ป้องกันได้ · ผลตอบแทนจากการลงทุนในเครื่องมือวินิจฉัย
ผ่านเมื่อ
แสดงได้ทั้งยอดรวมและการกระจายตามประเภทงาน โดยใช้โครงสร้างค่าใช้จ่ายเดียวกับที่วางไว้ใน Step 3
กับดัก
ลดค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาด้วยการเลื่อนงานตามแผนออกไป ซึ่งได้ตัวเลขดีในปีนี้และได้ความเสียหายก้อนใหญ่ในปีหน้า
4. การประเมินระบบโดยรวมและการป้อนกลับ
ต้องมี ต้องทำ
ประเมินตัวระบบเอง ไม่ใช่แค่ตัวเลขผลลัพธ์ ว่าส่วนไหนของระบบยังอ่อน แล้วนำผลป้อนกลับไปปรับ เช่น ปรับเกณฑ์การจัดระดับเครื่อง ปรับรอบและขอบเขตงาน ขยายขอบเขตงานเชิงพยากรณ์ หรือปรับโครงสร้างข้อมูล พร้อมวางแผนขยายไปพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำ
ต้องมี
ผลประเมินความสมบูรณ์ของระบบรายส่วน (ข้อมูล งานตามรอบ งานเชิงพยากรณ์ อะไหล่ งบประมาณ ทักษะ) · รายการที่ต้องปรับพร้อมผู้รับผิดชอบและวัน · แผนขยายไปพื้นที่หรือโรงงานอื่น · การเชื่อมข้อมูลกลับไปยังเสา EM สำหรับการออกแบบเครื่องใหม่
ผ่านเมื่อ
มีการประเมินรายส่วนของระบบพร้อมรายการปรับปรุงที่มีเจ้าของ และมีแผนขยายที่ระบุขอบเขตถัดไป
กับดัก
จบที่การรายงานตัวเลขว่าดีขึ้นแล้วปิดโครงการ ทำให้ข้อมูลที่เก็บมาไม่เคยถูกส่งต่อไปยังการออกแบบเครื่องรุ่นถัดไป ซึ่งเป็นคุณค่าสูงสุดของข้อมูลบำรุงรักษา
5. การตรวจประเมินขั้นสุดท้ายและการรักษาระดับ
ต้องมี ต้องทำ
ตรวจประเมินสามระดับสำหรับ Step 6 พร้อมจัดแฟ้มหลักฐานตั้งแต่ Step 1 ถึง Step 6 ให้เชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียว และแสดงหลักฐานว่าระบบยังเดินต่อหลังปิดขั้นตอน
ต้องมี
ใบตรวจประเมิน Step 6 ที่ให้คะแนนครบสามระดับ · แฟ้มหลักฐานเรียงตามขั้น · แนวโน้มตัวชี้วัดหลังปิดขั้นตอนอย่างน้อยหกเดือน · ปฏิทินการทบทวนระบบตามรอบ
ผ่านเมื่อ
ผ่านครบสามระดับตามเกณฑ์ขั้นต่ำ 90 / 85 / 80 คะแนน และตัวชี้วัดหลังปิดขั้นตอนไม่ถอยกลับ
กับดัก
ระดมทำทุกอย่างช่วงก่อนตรวจแล้วปล่อยหลังผ่าน ทำให้ครึ่งปีถัดมาสัดส่วนงานฉุกเฉินกลับขึ้นไปเท่าเดิม